Menu
คุณอยู่ที่: หน้าแรกเศรษฐกิจตุรกีรายงานเศรษฐกิจรายไตรมาสสรุปภาพรวมเศรษฐกิจตุรกี ไตรมาสที่ 2 ของปี 2558

สรุปภาพรวมเศรษฐกิจตุรกี ไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 แนวโน้มเศรษฐกิจตุรกี และภาพรวมการค้าการลงทุนของไทย

ภาพรวมเศรษฐกิจตุรกี

 

1.      ภาพรวมเศรษฐกิจตุรกี ในไตรมาสที่ 1

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 เศรษฐกิจตุรกีเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 1.7 ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อน GDP ได้แก่ การบริโภคของครัวเรือนที่สูงขึ้นร้อยละ 4.5 ซึ่งมีส่วนผลักดันอัตราการเพิ่มของ GDP ถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ GDP ของไตรมาสที่ผ่านมาขับเคลื่อนโดยการส่งออก ปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และการบริโภคสาธารณะสูงขึ้นร้อยละ 2.5 ซึ่งเป็นอัตราเพิ่มที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ดี การส่งออกในไตรมาสนี้หดตัวลงอย่างมาก และการลงทุนของภาคเอกชนไม่เพิ่มขึ้น

จากมุมมองผลผลิตรวม (output approach)ภาคบริการมีส่วนสำคัญในการผลักดัน GDP โดยมีอัตราขยายตัวที่ร้อยละ 4.1 และภาคการเงินส่งผลบวกต่อ GDP เช่นกัน อย่างไรก็ดี ภาคเกษตรซึ่งมีสัดส่วนหลักของ GDP ตุรกี ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.7 ภาคการผลิตขยายตัวเพียงร้อยละ 0.8 ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตำ ส่วนภาคการก่อสร้างและเหมืองแร่หดตัวลง ร้อยละ 3.5 และ 8 ตามลำดับ

 

2.      การคาดการณ์เศรษฐกิจตุรกีในอนาคต และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตุรกี

องค์กรต่างๆ ปรับลดอัตราคาดการณ์ GDP ของตุรกีลง โดยมีปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในของตุรกีเป็นหลัก ในส่วนการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินตุรกีในฐานะ 1 ในประเทศ“fragile 5”emerging countries นั้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อตุรกีในระยะสั้น เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน กย 2558 ทำให้ยืดเสถียรภาพให้แก่ตุรกีลีราออกไปได้เล็กน้อย

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ GDP ของตุรกีจะลดต่ำลงในครึ่งปีหลังของ 2558 นอกจากนี้ ผู้แทน IMF ประจำตุรกีระบุว่า หากตุรกีไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และทำให้มีความไม่มั่นคงทางการเมืองสูง IMF คงพิจารณาปรับลด GDP ของตุรกี

 

หน่วยงาน

ตัวเลขคาดการณ์ GDP ตุรกี (%)

2015

2016

2017

IMF

3.1 (ลดจาก 3.4)

3.6

-

ธนาคารโลก

3

3.5 (จาก 3.9)

3.5 (ลดจาก 3.7)

OECD

3.1 (ลดจาก 3.2)

4 (ลดจาก 3.9)

-

 

ปัจจัยที่มีผลต่อเศรษฐกิจตุรกี

ปัจจัยบวก

ปัจจัยลบ

ปัจจัยภายใน

  • การบริโภคครัวเรือนที่สูงขึ้น
  • การบริโภคของภาครัฐที่สูงขึ้น
  • การลงทุนของภาครัฐที่สูงขึ้น
  • ความผันผวนทางการเมือง         
  • ความผันผวนของค่าเงินตุรกีลีร่า
  • ภาระหนี้สินต่างประเทศจำนวนมาก
  • อัตราเงินเฟ้อสูง

ปัจจัยภายนอก

  • อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐที่ยังคงตั
  • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป
  • สถานการณ์ความไม่มั่นคงในภูมิภาค
  • วิกฤตหนี้กรีซ
  • FDI ที่หดตัวลง

 

3.      เงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2558 ค่าเงินเฟ้อของตุรกีอยู่ที่ร้อยละ 8.1 เพิ่มขึ้นจาก 7.9 ในเดือนเมษายน 2558 และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2557 ร้อยละ 8.45 สาเหตุหลักของเงินเฟ้อสืบเนื่องมาจากค่าเงินตุรกีลีราที่อ่อนตัวลง และราคาน้ำมันที่แข็งค่ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ธนาคารกลางตุรกีปรับเพิ่มอัตราคาดการณ์เงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 6.8 จาก 5.5 อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตุรกี เชื่อว่า อัตราเงินเฟ้อในช่วงปลายปีของตุรกีจะลดลง

 

4.      ค่าเงินตุรกีลีรา

ในวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ภายหลังการเลือกตั้งของตุรกี ตลาดเงินตุรกีรู้สึกตระหนกกับผลการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ที่รัฐบาลตุรกี จะมิใช่รัฐบาลพรรคเดียว ส่งผลให้ค่าเงินตุรกีลีราตกลงอยู่ที่ร้อยละ 2.80 ตุรกีลีรา/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี หลังจากนั้น ค่าเงินตุรกีฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยในช่วงนี้ที่มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม ค่าเงินตุรกีมีเสถียรภาพมากขึ้นและเคลื่อนตัวอยู่ในช่วง 2.68-2.70 ตุรกีลีรา/ดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการผันผวนสูงจนกว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

5.      การส่งออกลดลง

ในครึ่งแรกของปี 2558 แม้ว่าอัตราค่าเงินตุรกีลีราจะอ่อนตัวลงซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำหรับการส่งออกของตุรกี การส่งออกของตุรกีหดตัวลงร้อยละ 8.1 อยู่ที่ 7.326 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2558 หดตัวลงร้อยละ 18.8 และ 6.4 อยู่ที่ 1.11 และ 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ มีสาเหตุสืบเนื่องมาจาก (1) สถานการณ์ความไม่มั่นคงในภูมิภาค (2) การส่งออกภาคยานยนต์ที่หดตัวลงเนื่องจากการประท้วงของกลุ่มแรงงานในภาคดังกล่าว (3) กำลังสั่งซื้อที่หดตัวลงจากประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (การส่งออกไปอิรักและรัสเซียหดตัวลงร้อยละ 37.2 และ 40.1 ตามลำดับ) และ (4) การขาดดุลอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างยูโร-ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดค่าลงถึงร้อยละ 18 ในระหว่างมิถุนายน 2557- 2558

 

การส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2558 หดตัวสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2552 โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากขาดดุลอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างยูโร-ดอลลาร์สหรัฐ การที่สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของตุรกี มีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 42.5 ทำให้ตัวเลขการส่งออกในสกุลดอลลาร์สหรัฐหดตัวลงมาก อย่างไรก็ดี หากคำนวณการส่งออกเป็นสกุลเงินยูโร จะมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นตามตารางด้านล่าง

 

มิถุนายน 2558

การส่งออกทั้งหมดของตุรกี

การส่งออกไป EU

ดอลลาร์สหรัฐ

ยูโร

ดอลลาร์สหรัฐ

ยูโร

อัตราการเปลี่ยนแปลง

-6.4%

+5.4%

-5.5%

+14.7%

 

สินค้าส่งออกของตุรกีสูงสุด ได้แก่ สาขายานยนต์ (หดตัวร้อยละ 2.7) สิ่งทอ และเคมีภัณฑ์ คู่ค้าส่งออกหลัก ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิรัก อิตาลี และฝรั่งเศส ซึ่งหดตัวเฉลี่ยร้อยละ 8

6.      การนำเข้าลดลงในเดือนพฤษภาคม 2558 ตุรกีนำเข้าลดลงร้อยละ 14.4 อยู่ที่ 1.79 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากราคาน้ำมันถูกลง ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าหลักของตุรกี และการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2558 ตุรกีขาดดุลการค้าน้อยลงร้อยละ 6.1 อยู่ที่ 6.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

7.      ธนาคารกลางตุรกีไม่ลดอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางตุรกียังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ร้อยละ 7.50 ซึ่งเป็นการต้านแรงกดดันจากรัฐบาลที่ต้องการให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ธนาคารกลางระบุว่า ต้องการคงนโยบายการเงินอย่างรอบคอบไว้ ตามสถานการณ์การเมือง/เศรษฐกิจภายในและ ต่างประเทศที่ยังคงมีความเสี่ยง แม้จะมีแนวโน้มว่า อัตราเงินเฟ้อในปลายปีจะลดลงก็ตาม

8.      หนี้ต่างชาติของตุรกีตุรกีมีหนี้สินต่างชาติทั้งหมด 4.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นของภาคเอกชนถึงร้อยละ 86.3[1] ในจำนวนดังกล่าว ตุรกีจะต้องจ่ายคืนหนี้ 1.634 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 12 เดือนข้างหน้า การที่ค่าเงินตุรกีลีราตกลงถึงร้อยละ 33 ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้ก่อภาระการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นให้แก่ภาคเอกชนตุรกี และภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย

9.      อัตราการว่างงานสูงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2558 อัตราการว่างงานของตุรกีสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 10.6 สูงขึ้นร้อยละ 0.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 IMF คาดการณ์ด้วยว่า อัตราการว่างงานในปี 2558 ทั้งปีจะอยู่ที่ร้อยละ 11.4 สูงขึ้นจากร้อยละ 9.9 ในปี 2557 และในปี 2559 จะสูงขึ้นอีกอยู่ที่ร้อยละ 11.6

10.  ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยรวมลดลงในเดือนมิถุนายน 2558 ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจตุรกี ลดลงร้อยละ 5.4 เหลือ 78.66 เมื่อเทียบกับ 83.12 ในเดือนพฤษภาคม 2558[2] ทั้งนี้ แม้ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจะลดลงในภาพรวม แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 3.4 อยู่ที่ 66.45 อย่างไรก็ดี แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้นแต่ก็ยังต่ำกว่า 100 จุด ซึ่งหมายถึงยังมีความไม่เชื่อมั่นสูงในภาพรวม นอกจากนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อยังตกลงต่ำกว่า 50 จุด ซึ่งหมายถึงภาคการผลิตของตุรกีหดตัวลง

11.  ภาพรวมการลงทุนของตุรกี

ในระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2558 ตุรกีได้รับการลงทุนโดยตรง รปท (FDI) จำนวน 4.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 23 จากช่วงเดียวกันของปี 2557 (5.2 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ) ภาคที่ได้รับ FDI มากที่สุด ได้แก่ พลังงาน (1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) การผลิต (447 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) FDI ร้อยละ 42 มาจากประเทศEU และ ร้อยละ 29 มาจากเอเชีย เช่น จีน และเกาหลีใต้ สถานะเดือนเมษายน 2558 มีบริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในตุรกี 43,676 แห่ง

นักลงทุนยังคงชะลอการลงทุนระยะสั้นในตุรกี เนื่องจากกำลังรอดูพัฒนาการทางการเมืองในตุรกี และแนวโน้ม GDP ที่อาจแผ่วตัวลง แหล่งข้อมูลแจ้งว่า นักลงทุนญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่มีการลงทุนในตุรกีอย่างต่อเนื่องยังรอดูสถานการณ์ทางการเมืองและสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค และยังไม่ตัดสินใจลงทุนครั้งใหม่ ทั้งนี้ ยังไม่มีการถอนทุนการลงทุนของญี่ปุ่นในตุรกีในขณะนี้ แม้ว่าญี่ปุ่นจะกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงในตุรกี ในฐานะที่ญี่ปุ่นเข้าร่วมในแนวร่วมต่อต้าน ISIS และอาจได้รับภัยคุกคามจาก ISIS

อย่างไรก็ดี การลงทุนระยะยาวที่มีการวางแผนไว้แล้วยังคงแข็งแกร่ง ปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนใหม่ในตุรกี หรือเทขายสินทรัพย์ในตุรกีคือเบี้ยประกันความเสี่ยงต่อภัยความมั่นคง

12.  การจัดอันดับของสถาบันจัดอันดับระหว่างประเทศ

12.1        Fitch เห็นว่า ตุรกีมีความผันผวนทางการเมืองในระยะสั้น แม้ตุรกีอาจสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้ แต่ก็ยังมีความไม่มั่นคงทางการเมืองสูง ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่ออัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่มั่นคงทางการเมืองอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการดำเนินงานของธนาคารตุรกี เพิ่มขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว เช่น อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง ค่าเงินลีร่าที่อ่อนตัวลง อัตราดอกเบี้ยสูง และความมั่นใจของนักลงทุนที่อ่อนตัวลง ทั้งนี้ Fitch ยังไม่ปรับลดการจัดอันดับของตุรกีที่อยู่ที่ “BBB-‘/Stable” ตั้งแต่มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา

12.2        S&P คาดว่า สถานการณ์ทางการเมืองของตุรกีจะมีความไม่มั่นคงต่อเนื่องไปจนถึงอีก 2-3 เดือนข้างหน้า และหากมีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะยังคงมีความไม่มั่นคงสูงขึ้นไปอีกจนถึงปลายปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรา GDP ทั้งนี้ หากตุรกีสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสม ได้ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญ และแม้ AKP อาจสามารถครองตำแหน่งสำคัญทางเศรษฐกิจได้ แต่ AKP ก็ยังต้องหาพันธมิตรทางการเมืองเพื่อรับรอง กม ต่างๆ ทั้งนี้ S&P จะพิจารณาปรับลดอันดับของตุรกี หากค่าเงินลีราและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอ่อนตัวลงไปอีก และอัตราเงินเฟ้อและหนี้สูงขึ้น

12.  ความเห็นของภาคส่วนต่างๆ ในเชิงเศรษฐกิจภายหลังการเลือกตั้ง

12.1        องค์กรธุรกิจที่สำคัญของตุรกี 8 แห่ง[3] ได้แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ต่อพรรคการเมืองทั้ง 4 พรรคที่ได้รับเลือกตั้ง และนายกรัฐมนตรี Ahmet Davutoğluโดยเฉพาะความเป็นไปได้ในการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจเรียกร้องให้ทุกพรรคประนีประนอม และจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยมุ่งเน้นนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและเห็นว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่มิใช่ทางออกที่ถาวรสำหรับปัญหาเชิงโครงสร้างของตุรกี

12.2        ผู้แทน IMF ประจำตุรกี ให้ความเห็นว่า แนวโน้มเศรษฐกิจตุรกีจะยังคงดีอยู่เนื่องจากตุรกีมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี ตั้งแต่ที่รัฐบาลพรรค AKP เข้ามาบริหาร ดังนั้น IMF จึงไม่คาดการณ์ว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น อย่างที่เคยเกิดขึ้นในตุรกีเมื่อปี 1990-2000 นอกจากนี้ พรรค AKP, CHP และ MHP ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐกิจที่สามารถสานต่อนโยบายจาก AKP ได้ อย่างไรก็ดี ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของตุรกีและ policy predictability ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งปัจจุบันยังคงคาดเดาได้ยาก เช่น ตุรกีจะสามารถมีรัฐบาลผสมได้หรือไม่ และรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่สำคัญจะมาจากพรรคใด ความสามารถในการขอรับการสนับสนุนในสภาเพื่อรับรองนโยบายทางเศรษฐกิจหรืออาจมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่มาจากการเจรจาก่อตั้งรัฐบาลหรือ worse-case scenario คือ จะยังไม่มีแนวนโยบายเศรษฐกิจใดๆ เนื่องจากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และต้องจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่

13.  ผลกระทบจากวิกฤตหนี้กรีซ

13.1        นักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่า การส่งออกของตุรกีจะซบเซาลงไปอีก สืบเนื่องจากวิกฤตกรีซ ในฐานะที่ตุรกีเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของกรีซ และหากกรีซออกจากกลุ่ม EU ก็จะทำให้ EU ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ยากขึ้น ส่งผลลบต่อการส่งออกของตุรกีในภาพกว้าง ในฐานะที่ยุโรปเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของตุรกี อย่างไรก็ดี สมาคมผู้ส่งออกตุรกีเห็นว่า ผลกระทบของวิกฤตกรีซต่อการส่งออกของตุรกีไปยัง EU จะเป็นไปอย่างจำกัด อย่างไรก็ดี หากวิกฤตหนี้ spill over ไปยังประเทศอื่นๆ เช่น อิตาลี สเปน โปรตุเกส สถานการณ์อาจแย่ลง

13.2        ธนาคารแห่งชาติกรีซเป็นเจ้าของธนาคาร Finans Bank ในตุรกีถึงร้อยละ 99.8 ซึ่งมีมูลค่าตลาด 275 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ แหล่งข่าวระบุว่า แม้ว่ากรีซจะเป็นเจ้าของธนาคารดังกล่าว แต่ก็ไม่สามารถนำเงินออมของ Finans Bank ไปชำระหนี้ของกรีซได้ เนื่องจากจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการเงินของตุรกีในฐานะที่ตั้งอยู่ในตุรกี ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปอาจขอให้กรีซขายธนาคารฯ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ในขณะที่ธนาคารแห่งชาติกาตาร์ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าซื้อแล้ว



[1]ร้อยละ 13 ของภาครัฐ และร้อยละ 0.7 ของธนาคารกลางตุรกี

[2]ดัชนีดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยทั่วไป หากเกิน 100 หมายถึง ภาพรวมเศรษฐกิจเป็นไปในทางบวก ในขณะที่ตำกว่า 100 จุด แสดงถึงความไม่เชื่อมั่นทาง ศก

[3]Union of Chambers and Commodity Exchanges of Turkey (TOBB), Turkish Confederation of Employer Associations (TİSK), Türk-İşและ Hak-İşซึ่งเป็นสหภาพแรงงานของตุรกี, Industry and Business Association of Turkey (TÜSİAD), Confederation of Turkish Tradesmen and Craftsmen (TESK), Turkish Agricultural Chambers Union (TZOB), Confederation of Public Servants’ Trade Unions (Memur-Sen)

Menu

Royal Thai Embassy

Tel. (90-312) 437 4318  

Fax. (90-312) 437 8495

mail thaiank@ttmail.com

 

Office Hours: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.
09.00-12.00 | 13.00-16.30 hrs.
 
Visa and Consular Section: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.  
09.30-11.30 hrs.
 

 

ติดต่อฝ่ายกงสุล

thaiconsulturkey@gmail.com

Search

การค้าการลงทุน

  ภาพรวม มูลค่าการค้าไทย – ตุรกีในช่วง 5เดือนแรก คิดเป็นจำนวน 565.16ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 58โดยไทยส่งออกไปตุรกีเป็นจำนวน 454.32ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 5.50%) และนำเข้าเป็นจำนวน 110.84ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 28.98%) หรือไทยเปรียบดุลการค้าจำนวน 343.47ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 0.35%) ...

Royal Thai Embassy, Koza Sokak No. 87 ,06700 Gaziosmanpasa Ankara, Turkey  : Tel. (90-312) 437 4318   Fax. (90-312) 437 8495 mail thaiank@ttmail.com