Menu

ข้อมูลการค้าการลงทุน

สรุปการค้าระหว่างไทย – ตุรกี (มค – พค 59 )

 

ภาพรวม

มูลค่าการค้าไทย – ตุรกีในช่วง 5เดือนแรก คิดเป็นจำนวน 565.16ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.41%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 58โดยไทยส่งออกไปตุรกีเป็นจำนวน 454.32ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 5.50%) และนำเข้าเป็นจำนวน 110.84ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 28.98%) หรือไทยเปรียบดุลการค้าจำนวน 343.47ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 0.35%)

สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปตุรกี 10ลำดับแรกได้แก่

(1) รถยนต์ ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์เสริม มูลค่า 105.2ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 58.49%)

(2) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ มูลค่า 66.2ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 16.50%)

(3) โพลีเมอร์เอทิลีน มูลค่า 32.0ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 18.05%)

(4) ใยสังเคราะห์ มูลค่า 31.5ล้านดอลลาร์สหรัฐ  (เพิ่มขึ้น 10.83%)

(5) เส้นด้ายและเส้นใย มูลค่า 27.4ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 8.71%)

(6) ผลิตภัณฑ์จากยาง มูลค่า 23.9ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 8.17%)

(7) ยางพารา มูลค่า 22.1ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 27.4%)

(8) ชิ้นส่วนตู้แช่แข็ง มูลค่า 18.9ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 62.72%)

(9) เคมีภัณฑ์ มูลค่า 13.3ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 8.35%)

(10) อะไหล่เครื่องจักรกล มูลค่า 13.1ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 31.86%)

สินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากตุรกี 10ลำดับแรก  ประกอบด้วย

(1) เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์จากเหล็ก มูลค่า 15.5ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 806.13%)

(2) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ มูลค่า 15.0ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 42.81 %)

(3) เสื้อผ้า มูลค่า 12.2ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 9.40 %)

(4) เรือ ชิ้นส่วนประกอบเรือ มูลค่า 7.7ล้านดอลลาร์สหรัฐ

(5) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 6.3ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 10.19%)

(6) อัญมณี มูลค่า 6ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 60.65%)

(7) เศษเหล็ก มูลค่า 4.6ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 21.13%)

(8) เคมีภัณฑ์ มูลค่า 4.0ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 15.85%)

(9) เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน มูลค่า 3.4ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 41.78%)

(10) อะไหล่ ชิ้นส่วนรถยนต์ มูลค่า 3.3ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 120.59%)

--------------------

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา

กรกฎาคม 2559

 

ภาพรวมการค้าการลงทุนไทย-ตุรกี ปี 2558

 

ปี 2558ตัวเลขการค้าไทย - ตุรกีมีมูลค่ารวมที่ 1.21พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 11.64%  เมื่อเทียบกับปี 2557โดยไทยส่งออกไปตุรกีเป็นจำนวน 978.87ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 10.03%) และนำเข้าเป็นจำนวน 233.29ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 17.79%) หรือไทยเปรียบดุลการค้าจำนวน 745.58ล้านดอลลาร์สหรัฐ  (ลดลง 7.30%)

 

สินค้าหลักที่ไทยส่งออกไปตุรกี 10ลำดับแรก ได้แก่

 

(1) รถยนต์ ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์เสริม มูลค่า 160.6ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 7.98%)

(2) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ มูลค่า 134.3ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 18.29%)

(3) เม็ดพลาสติก มูลค่า 86.4ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 10.55%)

(4) ยางพารา มูลค่า 68.7ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 12%)

(5) เส้นด้ายและเส้นใย มูลค่า 66.3ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 22.13%)

(6) ใยสังเคราะห์ มูลค่า 64.5ล้านดอลลาร์สหรัฐ  (เพิ่มขึ้น 28.14%)

(7) ยางพารา มูลค่า 52.6ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 33.57%)

(8) ชิ้นส่วนตู้แช่แข็ง มูลค่า 32.2ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 15.28%)

(9) อะไหล่เครื่องจักรกล มูลค่า 30.9ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 31.92%)

(10) เคมีภัณฑ์ มูลค่า 29.0ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 75.05%)

 

สินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากตุรกี 10ลำดับแรก  ประกอบด้วย

(1) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ มูลค่า 29.9ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 11.17 %)

(2) เสื้อผ้า มูลค่า 25.3ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 5.76 %)

(3) เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์จากเหล็ก มูลค่า 23.9ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 65.33%)

(4) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 16ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 15.20%)

(5) เส้นด้ายและเส้นใย มูลค่า 14.6ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 863.87%)

(6) เคมีภัณฑ์ มูลค่า 9.8ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 15.34%)

(7) เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน มูลค่า 9.7ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 167.83%)

(8) ผ้าผืน มูลค่า 9.4ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 14.04%)

(9) เศษเหล็ก มูลค่า 8.5ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 55.27%)

(10) อัญมณี มูลค่า 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 4.50%)

 

----------------------

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา

มีนาคม 2559

 

สรุปภาวะเศรษฐกิจตุรกี ในรอบ 6 เดือน (มค – มิย 59)

 

 (1) ภาพรวม

- ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 (มค - มีค 59) สนง สถิติแห่งชาติตุรกี รายงานว่า ศก ตุรกี
เติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (อัตราเติบโตเฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2558 อยู่ที่ ร้อยละ 2.5) คิดเป็นมูลค่า 169.5พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 4.5 ซึ่งเป็นอัตราเติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ ปท ในยุโรป (สวีเดนและโรมาเนียเป็นลำดับที่ 2 ที่ร้อยละ 4.2 ขณะที่ สหราชอาณาจักรเติบโตร้อยละ 2.0 เยอรมนี ร้อยละ 1.6 และฝรั่งเศส เติบโตร้อยละ 1.4)

 

- ปัจจัยสนับสนุน การเจริญเติบโตทาง ศก ตุรกีในช่วงไตรมาสแรกของปี 59 ได้แก่ การใช้จ่ายของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10.9 เมื่อเที่ยบกับช่วงเดียวกันของปี 58 การบริโภคภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 6.9 และการนำเข้าสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 หรือกล่าวได้ว่าการบริโภคภายในประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อน ศก ของตุรกี ขณะที่ ปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตทาง ศก ในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกสินค้าที่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.4 จากช่วงปีเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุสำคัญจากภาวะซบเซาทาง ศก ของยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัว กำลังซื้อของ ปท ผู้ส่งออกน้ำมันลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำ คสพ ที่ตึงเครียดกับรัสเซียซึ่งเป็นตลาดส่งออกสินค้าและตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของตุรกี

 

(2) การค้าระหว่างประเทศ

ระหว่างเดือน มค – พค 59 มูลค่ารวมการค้า รวปท ของตุรกีอยู่ที่ 139 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปีก่อนหน้า 21.0%) เป็นมูลค่าส่งออก 58.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 4.4%) และ นำเข้า 80.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 9.5%) หรือคิดเป็นตัวเลขการขาดดุลการค้าจำนวน 21.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 21%) หรือนำเข้ามากกว่าส่งออก 73.3%

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกหดตัว ได้แก่

(1) สถานการณ์ความไม่แน่นอนในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหา คสพ ระหว่างตุรกี-รัสเซีย  ที่ทำให้สินค้าส่งออกของตุรกีจำพวกผักและผลไม้สดต้องสูญเสียตลาดที่สำคัญอย่างรัสเซียไป (ร้อยละ 39 ของพืชผักผลไม้สดตุรกีส่งออกไปรัสเซีย) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

(2) ปัญหาการขาดดุลอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างยูโร-ดอลลาร์สหรัฐ

(3) กำลังซื้อที่หดตัวของยุโรปที่เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญเนื่องจากภาวะ ศก ที่ยังตกต่ำ

(4) ราคาน้ำมันที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ ปท ผู้ส่งออกน้ำมัน เช่น อิรักและรัสเซีย ที่เป็นคู่ค้าสำคัญมีกำลังซื้อลดลงในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2559 ปท ที่ตุรกีนำเข้าสินค้ามากที่สุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ จีน เยอรมนี รัสเซีย สหรัฐฯ อิตาลี ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ อินเดีย สเปน และ สหราชอาณาจักร โดยสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ชิ้นส่วนเครื่องกำเนิดไอน้ำ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็กกล้าเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ขณะเดียวกัน ปท ที่ตุรกีส่งออกสินค้ามากที่สุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิตาลี อิรัก สหรัฐฯ ฝรั่งเศส อิหร่าน สเปน ยูเออี และ เนเธอร์แลนด์ โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ อัญมณี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล สิ่งทอ เหล็กกล้า พลาสติก ผักผลไม้
เฟอรนิเจอร์

 

(3) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

ข้อมูลจาก ก ศก ตุรกี ระบุว่าปี ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 ตัวเลข FDI ของตุรกี อยู่ที่
2.01  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 52.6% ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากปัญหา
การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในตุรกีหลายครั้ง โดยภาคการผลิตเป็นภาคที่ดึงดูด FDI มากที่สุด รองลงมาได้แก่
ภาคการผลิตไฟฟ้า/ก๊าซธรรมชาติและประปา ทั้งนี้ ประเทศที่มีอัตราส่วน FDIสูงที่สุด 3 ลำดับแรกได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย และ สหราชอาณาจักร 

 

(4) เงินเฟ้อ

ข้อมูลจาก สนง สถิติตุรกี ณ เดือน เม ย 59 อัตราเงินเฟ้อตุรกี เฉลี่ยอยู่ที่ 6.57% ซึ่งเป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี นับแต่เดือน พค 56 สาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลจากการแทรกแซงราคาสินค้าจำพวกอาหารสดของ รบ ทำให้ราคาสินค้าลดลง กอปรกับมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าสินค้าตุรกีของรัสเซียทำให้ราคาสินค้าไม่เพิ่มสูงขึ้น และสภาพอากาศที่ดีในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชผักผลไม้และผลิตอาหารได้เป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าว ต่ำกว่าที่ธนาคารกลางตุรกีตั้งเป้าไว้ที่ 7.5%-8.05% และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 6.9%

 

(5) อัตราว่างงาน

ข้อมูลจาก สนง สถิติแห่งชาติตุรกี ณ เดือน มีค 59 ตัวเลขการว่างงานของประชากรตุรกี
วัยแรงงานอายุ 15 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 3.02 ล้านคน ลดลง 46,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ขณะที่อัตราการว่างงานของประชากรทั้งประเทศอยู่ที่ 10.1% หรือประมาณ 8 ล้านคน ลดลง 0.5%

 

(6) ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

ข้อมูล ณ เดือน มิย 59 ค่าเฉลี่ยดัชนีความเชื่อมั่นทาง ศก ของตุรกีอยู่ที่ 83.3 ลดลงจาก
ช่วงเดียวกันของปี 58 ที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 83.5 อยู่เล็กน้อย ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เฉลี่ยอยู่ที่ 69.43 ทั้งนี้ ตัวเลขที่ต่ำกว่า 100 สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อ ศก ของตุรกี

 

(7) การท่องเที่ยว

ในไตรมาสแรกของ ปี 2559 ตุรกีมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นจำนวน 4.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 16.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2558 หรือประมาณ 0.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวตุรกีจำนวน 5.1 ล้านคน ลดลงจากปีช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 0.23 ล้านคน

 

สาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบทำให้ภาคการท่องเที่ยวตุรกีซบเซาอย่างหนัก เกิดจากปัญหาการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา กอปรกับการที่รัสเซียสั่งห้ามมิให้ประชาชนเดินทางมาเที่ยวตุรกีเนื่องจากเหตุการณ์เครื่องบินรบรัสเซียถูกตุรกียิงตกเมื่อเดือน พย 58 ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากรัสเซียซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักลดลงอย่างมาก (เฉพาะในเดือน มีค 59 นักท่องเที่ยวรัสเซียลงลงถึงร้อยละ 52 หรือจาก 58,338 คน เหลือ 23,947 คน เมื่อเทียบกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ สถิติเดือน พค 59 นักท่องรัสเซียลดลงถึง 91.82% จาก 501,196 เหลือเพียง 41,004 คน)

----------------

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา

กรกฎาคม 2559

FACTSHEET เศรษฐกิจตุรกี ข้อมูล ณ ไตรมาสที่ 1/2559



 

 

 

Attachments:
FileDescriptionFile sizeCreatedLast modified
Download this file (factsheet1-2559.pdf)FACTSHEET เศรษฐกิจตุรกี ข้อมูล ณ ไตรมาสที่ 1/2559 3931 kB2016-08-20 12:132016-08-20 12:13

สรุปภาวะเศรษฐกิจตุรกีปี 2558

 

 

(1) ภาพรวม

ในช่วง 3 ไตรมาสแรก สนง สถิตแห่งชาติตุรกีรายงานว่า ศก ตุรกีเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 3.4
โดย รบ คาดว่าระดับการเจริญเติบโตเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ร้อยละ 4 ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนการเจริญเติบโตทาง ศก ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ การบริโภคของภาคครัวเรือนที่สูงถึงร้อยละ 64 ของGDP และเม็ดเงินการลงทุนโดยตรงจาก ตปท ที่ยังอยู่ในระดับสูงซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนต่างชาติยังเห็นว่าตุรกีเป็น ปท ที่มีศักยภาพในการลงทุน ขณะที่ ปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตทาง ศก ได้แก่ การใช้จ่ายของภาครัฐที่คิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของ GDP การหดตัวของตัวเลขการนำเข้าและส่งออกเนื่องจาก ศก ของยุโรปยังไม่ฟื้นตัว กอปรกับกำลังซื้อของ ปท ผู้ส่งออกน้ำมันลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำ จำนวนนักท่องเที่ยวที่หดหายเนื่องจากปัญหาความไม่มั่นคงในภูมิภาค การก่อการร้าย และ คสพ ที่ตึงเครียดกับรัสเซีย รวมถึงตัวเลขว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง

 

(2) การค้าระหว่างประเทศ

ปี 2558 มูลค่ารวมการค้า รวปท ของตุรกีอยู่ที่ 270.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี
ก่อนหน้า 17.2%) เป็นมูลค่าส่งออก 143.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 8.7%) และนำเข้า 207.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 14.4%) หรือขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 63.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง 25.2%)

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกหดตัว ได้แก่

 

(1) การขาดดุลอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างยูโร-ดอลลาร์สหรัฐ

(2) สถานการณ์ความไม่แน่นอนในระดับโลกและระดับภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหา คสพ ระหว่างตุรกี-รัสเซีย

(3) การเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนส่งผลให้ภาคเอกชนชะลอการส่งออก

(4) กำลังซื้อที่หดตัวลงของยุโรป

(5) ราคาน้ำมันที่ตกต่ำส่งผลให้ ปท ผู้ส่งออกน้ำมัน เช่น อิรักและรัสเซีย ที่เป็นคู่ค้าสำคัญมีกำลังซื้อลดลงขณะที่ สาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขการนำเข้าลดลง เป็นผลจากราคาน้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นสินค้านำเข้าหลักของตุรกีมีราคาถูกลงปท ที่ตุรกีนำเข้าสินค้ามากที่สุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ จีน เยอรมนี รัสเซีย สหรัฐฯ อิตาลี ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ อิหร่าน อินเดีย และสเปน โดยสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เครื่องจักรกล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็กกล้า เม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ปท ที่ตุรกีส่งออกสินค้ามากที่สุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิรัก อิตาลี สหรัฐฯ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ สเปน ยูเออี และอิหร่าน โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ อะไหล่รถยนต์ เครื่องจักรกล อัญมณี สิ่งทอ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเหล็กกล้า

 

(3) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนตุรกี ระบุว่าปี 2558 ตัวเลข FDI ของตุรกี
อยู่ที่ 16.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 32% ซึ่งเป็นตัวเลข FDI ที่สูงที่สุดนับจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก 1997 โดยภาคการผลิตเป็นภาคที่ดึงดูด FDI มากที่สุด รองลงมาได้แก่ ภาคการเงินและภาคการขนส่ง ทั้งนี้ ประเทศที่มีอัตราส่วน FDIสูงที่สุดในตุรกี คือ สเปน ตามมาด้วยสหรัฐ และลักเซมเบิร์ก ขณะที่ประเทศสำคัญอื่น ๆ ที่มีตัวเลข FDI ในระดับสูง ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ อาเซอร์ไบจาน เบลเยี่ยม รัสเซีย สหราชอาณาจักร จีน และเยอรมัน

 

(4) เงินเฟ้อ

ในปี 2558 ค่าเงินเฟ้อเฉลี่ยของตุรกีอยู่ที่ 7.67% (ลดลงจาก 8.85% ในปีก่อนหน้า) สูงกว่า
ที่ธนาคารกลางตุรกีตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5% ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ค่าเงินเฟ้อของตุรกีปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูงมีสาเหตุสำคัญจากค่าเงินลีราที่อ่อนตัวอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (เฉลี่ย 2.9 ตุรกีลีรา/ ดอลลาร์สหรัฐ) กอปรกับราคาค่าอาหาร/เครื่องดื่ม และค่าสินค้า/บริการ ที่ปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 10.87% และ 11% ตามลำดับทั้งนี้ ธนาคารกลางตุรกีตั้งเป้าตัวเลขเงินเฟ้อในปี 2559 อยู่ที่ 5% ขณะที่ รบ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 8%

 

(5) อัตราว่างงาน

ปัจจุบัน ตุรกีมีประชากรจำนวน 78,741,053 คน ขณะที่ข้อมูลจาก สนง สถิติแห่งชาติตุรกี
ระบุว่า ตัวเลขการว่างงานของประชากรตุรกีปี 2558 อยู่ที่ 10.3% (ประมาณ 8.11 ล้านคน) เพิ่มขึ้น 0.4% จากปี 2557 ที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 9.9% โดยประชากรวัยทำงานอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ว่างงานมีจำนวน 3.57 ล้านคน เพิ่มขึ้น 204,000 คน จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นผู้ชาย 9.2% (เพิ่มขึ้น 0.2%) ผู้หญิง 12.6% (เพิ่มขึ้น 0.7%)

 

(6) ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

ตลอดปี 2558 ค่าเฉลี่ยดัชนีความเชื่อมั่นทาง ศก ของตุรกีอยู่ที่ 88.6 ลดลงจากปีก่อนที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 97.1 หรือลดลงร้อยละ 8.75 ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปี 2558 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 66.3 ก็ลดลงเช่นกันเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีค่าเฉลี่ย 72.5 หรือลดลงร้อยละ 8.6 ซึ่งตัวเลขที่ต่ำกว่า 100 สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อ ศก ของตุรกี

(7) การท่องเที่ยว

ปี 2558 ตุรกีมีรายได้เข้า ปท จากการท่องเที่ยวจำนวน 31.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 8.3% จากปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาการก่อการร้ายและความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างตุรกี-รัสเซีย (จากเหตุการณ์เครื่องบินรบรัสเซียถูกยิงตกเมื่อล้ำน่านฟ้าตุรกีเมื่อเดือน พย 58) ส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากยุโรป โดยเฉพาะรัสเซียซึ่งเป็นตลาดหลักลดลง 18.53% เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศสและอิตาลี ที่ลดลง 18.31% และ 27.17% ตามลำดับ (เฉพาะไตรมาสที่ 4 ของปี 58 รายได้จากภาคท่องเที่ยวตุรกีลดลง 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) และล่าสุดนักท่องเที่ยวเยอรมันก็ลดลงเช่นกันจากปัญหาการก่อการร้ายที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเยอรมันเสียชีวิต 12 ราย เมื่อเดือน มค 59 )โดยตลอดทั้งปี 58 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาตุรกีจำนวน 36.2 ล้านคน  

 

--------------

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา

มีนาคม 2559

เนื้อหาอื่นๆ...

Menu

Royal Thai Embassy

Tel. (90-312) 437 4318  

Fax. (90-312) 437 8495

mail thaiank@ttmail.com

หากเป็นกรณีฉุกเฉิน

ติดต่อหมายเลข

+๙๐-๕๓๓-๖๔๑-๕๖๙๘

(ติดต่อได้ตลอด ๒๔ ชม.)

 

Office Hours: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.
09.00-12.00 | 13.00-16.30 hrs.
 
Visa and Consular Section: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.  
09.30-11.30 hrs.
 

 

ติดต่อฝ่ายกงสุล

thaiconsulturkey@gmail.com

Search

การค้าการลงทุน

  ภาพรวม มูลค่าการค้าไทย – ตุรกีในช่วง 5เดือนแรก คิดเป็นจำนวน 565.16ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 58โดยไทยส่งออกไปตุรกีเป็นจำนวน 454.32ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 5.50%) และนำเข้าเป็นจำนวน 110.84ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 28.98%) หรือไทยเปรียบดุลการค้าจำนวน 343.47ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 0.35%) ...

Royal Thai Embassy, Koza Sokak No. 87 ,06700 Gaziosmanpasa Ankara, Turkey  : Tel. (90-312) 437 4318   Fax. (90-312) 437 8495 mail thaiank@ttmail.com