Menu
คุณอยู่ที่: หน้าแรกเศรษฐกิจตุรกีเจาะลึกเศรษฐกิจตุรกีกินอยู่แบบ "เตอร์กิชสไตล์" อาหารไทย ๆ ในแดน "ตุรกี"

กินอยู่แบบ "เตอร์กิชสไตล์" อาหารไทย ๆ ในแดน "ตุรกี"

ป็นจุดหมายปลายทางของบรรดานักเดินทาง นักท่องเที่ยว และแม้แต่นักธุรกิจ นักลงทุน สำหรับ "ตุรกี" ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ดินแดนที่ก่อร่างสร้างตัวของจักรวรรดิเก่าแก่ นับตั้งแต่ยุคฮิตไตต์ มาถึงการยึดครองของเปอร์เซีย กรีซ และโรมัน เปลี่ยนผ่านสู่จักรวรรดิไบแซนไทน์ และการมาถึงของจักรวรรดิออตโตมันอันยิ่งใหญ่ กระทั่งมาสู่ความเป็น "สาธารณรัฐตุรกี" ที่คาบเกี่ยวสองทวีปเอเชียและยุโรป



ประชาชาติธุรกิจได้รับเกียรติร่วมในโครงการ "ส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์ไทย-ตุรกี ผ่านสื่อมวลชนด้านเศรษฐกิจของไทย" จัดโดยสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เดินทางไปสู่ดินแดนที่มีผืนแผ่นดินคาบเกี่ยวสองทวีปเอเชียและยุโรป เพื่อสัมผัสหลายมุมมองของประเทศมุสลิมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "มุสลิมสายเสรี" มากสุดประเทศหนึ่ง

ในทริปนี้ เราได้พบปะกับนักธุรกิจตุรกีในหลายภาคส่วน รับฟังข้อมูลศักยภาพทางเศรษฐกิจจากสภานักธุรกิจไทย-ตุรกี ไปจนถึงการสนทนากับนักธุรกิจตุรกีที่ลงทุนในประเทศไทย กระทั่งถึงคนไทยที่ทำธุรกิจในตุรกี และแน่นอนระหว่างนี้ดำเนินไปพร้อมกับการสำรวจตรวจตราเมืองสำคัญในมุมมองการเมือง เศรษฐกิจ สังคมตุรกีเพื่อส่องสะท้อนกลับมาเมืองไทยอย่างครอบคลุม



สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในทริปนี้คือ การลัดเลาะสำรวจ "ชีวิตคนไทยในตุรกี" ตั้งแต่ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้บริหารสปา เชฟ พนักงานให้บริการด้านนวดสปา และชีวิตนักศึกษาไทย ทั้งหมดนี้ดำเนินไปใน 3 เมืองหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ "อิสตันบูล", "อิซเมียร์" และ "อันทาเลีย"

และแน่นอน เราได้ไปสัมผัสรูปแบบการใช้ชีวิต ตั้งแต่การทำงาน กินอยู่ แบบ "เตอร์กิชสไตล์" ผนวกด้วยไลฟ์สไตล์ไทย ๆ ของคนไทยในแดน "ตุรกี"



หากดูภาพใหญ่ บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) คือบริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนเลี้ยงไก่ครบวงจรในตุรกีมาตั้งแต่ปี 2530 โดยไลน์ธุรกิจเดียวกัน ซีพีอยู่ในอันดับ 5 ของตุรกี ขณะเมื่อมองภาพย่อย คนไทยที่เข้ามาประกอบอาชีพในตุรกีล้วนอยู่ในสายงานด้านบริการตามเมืองท่องเที่ยว อาทิ เชฟอาหารญี่ปุ่น พนักงานให้บริการนวดสปาทั้งแบบไทยสไตล์ และแบบตุรกีสไตล์ (ฮามัน) ขณะเดียวกันก็มีคนไทยเป็น "เจ้าของธุรกิจในตุรกี" ด้วยเช่นกัน

"ไกรสร ดวงจันทร์" คือ คนไทยจาก จ.กำแพงเพชร เจ้าของร้าน "ไกรสร ซูชิ" ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่เขาถือหุ้นร่วมกับนักธุรกิจตุรกี

ในวัย 43 ปี "ไกรสร" ใช้ประสบการณ์เป็นเชฟอาหารญี่ปุ่นในตุรกีมากว่า 13 ปี เปิดธุรกิจของตัวเองขึ้นมาไกรสร ซูชิ เป็นร้านอาหารใหม่เพิ่งเปิดได้ 2 เดือน ในเมืองอันทาเลีย ทำเลร้านสวยงาม เพราะหันหน้าร้านออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งอันทาเลียถือเป็นเมืองท่องเที่ยวและพักตากอากาศชื่อดังของประเทศ มีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรปเข้ามาพักผ่อนจำนวนมากถึงปีละ 11 ล้านคน





ไกรสรเล่าว่า หลังเป็นเชฟในอิสตันบูลได้ 3 ปี จึงย้ายมาเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่นในอันทาเลียถึง 10 ปี เมื่อสะสมประสบการณ์และสังเกตพฤติกรรมลูกค้า จึงกล้าที่จะลงทุนกับหุ้นส่วนนักธุรกิจตุรกีเปิดร้านแห่งนี้ โดยเขาดูแลในส่วนของอาหารและบริการ ส่วนหุ้นส่วนดูแลเรื่องภาษี การบริหารจัดการและข้อกฎหมาย

"คนตุรกีจำนวนมากยังทานอาหารในแบบดั้งเดิม แต่ราว 20 เปอร์เซ็นต์ทานอาหารญี่ปุ่นและอาหารต่างชาติเป็น โดยมากเป็นกลุ่มคนตุรกีรุ่นใหม่ที่ได้ไปเล่าเรียนหรือไปใช้ชีวิตต่างแดน ส่วนอาหารทะเลนั้น คนตุรกีโดยมากจะทานเฉพาะปลา ไม่ทานอาหารทะเลประเภทอื่นด้วยข้อจำกัดทางศาสนา" ไกรสรอธิบาย

สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองอันทาเลียนั้นมี 3 ร้าน รวมถึงไกรสรซูชิ โดยปัจจุบันร้านไกรสรซูชิตั้งแต่เปิดมามีลูกค้าเฉลี่ยวันละ 100 คน ซึ่งถือว่าผ่านจุดคุ้มทุน โดยมีลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวในเมืองอันทาเลีย เช่น รัสเซีย เยอรมัน

สำหรับอาหารไทยในตุรกีนั้นยังเป็นตลาดที่ไม่แพร่หลายในตุรกีนัก แต่ "ไกรสร" บอกว่า มีความคิดจะเปิดร้านอาหารไทยในตุรกีให้ได้เช่นกัน

"ที่นี่วัตถุดิบและเครื่องปรุงสำหรับอาหารไทยค่อนข้างหายากแต่ทุกวันนี้ผมก็ปลูกข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดไว้หลังร้าน ดังนั้นยังต้องดูตลาดและความพร้อม วันนี้อาหารไทยอาจจะยังไม่รุ่ง แต่ขอเวลาอีกระยะ ผมอยากเปิดร้านทำอาหารสไตล์ไทย ๆ" เชฟไกรสรกล่าวอย่างอารมณ์ดี



ขณะที่เมื่อมองถึงอนาคต "อาหารไทย" ในตุรกี แม้จะยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ใช่ว่าจะมืดมน ในอิสตันบูลนั้นมีร้านอาหารไทย 2 ร้าน เพียงแต่ร้านอาหารไทยเท่าที่มีอยู่ในตุรกีทุกวันนี้ เป็นการลงทุนโดยผู้ประกอบการชาวตุรกี

เราได้ลองไปสัมผัสร้านอาหารไทยทั้ง 2 ร้านในอิสตันบูล ซึ่งตั้งไม่ห่างกันมากนัก และอยู่ในใจกลางแหล่งช็อปปิ้ง เดินเที่ยวของอิสตันบูล ร้านแรกมีชื่อเรียกในภาษาตุรกีว่า "โช้ค โช้ค" ที่แปลว่า "มาก มาก"

 

"แบคิร์ กายา" เจ้าของร้านเล่าถึงแรงบันดาลใจจากการที่เป็นคนชอบในรสชาติอาหารไทย จึงนำมาสู่การมีธุรกิจร้านอาหารไทยสไตล์ของร้าน "โช้ค โช้ค" นั้น เป็นร้านอาหารไทยแบบชิก ๆ สไตล์ขายความเป็นคนเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งผ่านฝีมือตกแต่งด้วยสถาปนิกจากสิงคโปร์ ตัวร้านจึงมีความเป็นไทยโมเดิร์น ส่วนอาหารก็ให้ความรู้สึก "โฮมเมด" ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ ต่างจากอาหารจีนในตุรกีที่มีภาพลักษณ์เป็นฟาสต์ฟู้ดในห้าง และโดยมากยังไม่ใช่อาหารจีนแท้



"แบคิร์" มองว่าอาหารไทยได้กลุ่มเป้าหมายเป็นคนตุรกีรุ่นใหม่กับชาวต่างชาติในตุรกี แต่ก็มีอนาคตที่ดี เขาจึงเปิดสาขาสองที่เมืองอังการา (เมืองหลวงของตุรกี) ด้วยเช่นกัน โดยรสชาติอาหารไทยนั้นเป็นรสมือไทยๆแน่นอน เพราะได้เชฟหญิงจากเมืองไทย ผ่านประสบการณ์ทำงานโรดโชว์กับกรมส่งเสริมการส่งออกมาแล้วมาเป็นเทรนเนอร์ให้พนักงานตุรกีในร้านได้รู้จักการปรุงรสในแบบไทยสไตล์





สำหรับอาหารจานเด่น"แบคิร์"ยิ้มทันที เพราะคือผัดไทย ต้มยำกุ้ง ส่วนแกงมัสมั่นที่ติดอันดับหนึ่งอาหารไทยที่เว็บไซต์ต่างประเทศจัดอันดับให้นั้นยังไม่นิยม

ขณะที่ร้านอาหารไทยอีกร้านหนึ่งจัดเป็นร้านอาหารไทยร้านแรกของตุรกี"เพ-ราไทย:คิทเช่นออฟบัวขาว" ด้วยการันตีไทยซีเล็กต์ของกระทรวงพาณิชย์เมื่อปี 2006 และศักยภาพของร้านที่มีจำนวนโต๊ะพร้อมจัดเลี้ยงแบบทางการได้มากกว่า "โช้ค โช้ค" ทำให้ "เพ-รา ไทย" ผ่านการจัดเลี้ยงให้กับคณะทางการจากประเทศไทยหลายคณะตลอดหลายปีมานี้

ร้าน "เพ-รา ไทย" มีบรรยากาศไทยแบบสากล สไตล์ร้านไพรเวต ไม่พลุกพล่าน ทริปนี้เราได้พบกับนักร้องหญิงชื่อดังตุรกี "ซิล่า" (Sila) ซึ่งเธอมาทานอาหารไทยกับเพื่อน คุยกันก็พบว่าเพื่อนของเธอรู้จักอาหารไทยช่วงไปเรียนฝรั่งเศส จัดเป็นตัวอย่างตุรกีรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับอาหารต่างชาติ

ร้านอาหารไทยที่มีเจ้าของเป็นหญิงชาวตุรกี "เนวาล กรูเคย์" เริ่มสร้างร้านแห่งนี้ โดยมีที่ปรึกษาคนไทย ที่เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังในอียิปต์ "คิทเช่น ออฟ บัวขาว" มาเป็นผู้ให้คำแนะนำ







"เนวาล" เล่าถึงจุดเริ่มต้นจาก 13 ปีก่อน มีโอกาสชิมอาหารรสไทยครั้งแรกในลอนดอน ทำให้เธอเก็บความชอบครั้งนั้น ทั้งที่ยังไม่เคยมาเมืองไทย มาลุยเปิดร้านอาหารไทยร้านแรกในตุรกี และทุกวันนี้เธอก็เข้าๆออกๆประเทศไทยเสมือนบ้านอีกหลัง

"จุดยืนของร้านที่ชัดเจน คือไม่ปรับเปลี่ยนรสชาติอาหารไทยตามใจลูกค้าอย่างพร่ำเพรื่อ ถ้าคุณบอกเผ็ดคุณก็ต้องรับความเผ็ด เพราะนี่คือรสชาติอาหารไทย ถ้าคุณอยากใส่มะเขือเทศ หรือใส่สิ่งที่ไม่มีในตำรับไทยก็จะไม่ทำให้ คร้ังหนึ่งถึงขั้นต้องยืนยันเอาตำราอาหารมาให้ดูว่าอาหารไทยหลายเมนูไม่ใส่มะเขือเทศ"





เธอบอกว่าจุดที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่บ้างคือการแสวงหาวัตถุดิบที่ยังทุลักทุเลโดยมีทั้งนำเข้าจากประเทศไทยและหาได้ในตุรกี

เน วาลย้ำว่าเธอต้องการให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติแบบไทยแท้ที่สุดจึงต้องรักษา มาตรฐานไว้ผ่านวัตถุดิบและจะปรับเปลี่ยนรสชาติให้เท่าที่จำเป็นเช่นหาก ลูกค้าแจ้งว่าแพ้เครื่องปรุงหรือส่วนผสมบางอย่างทั้งนี้เธอรับว่าแม้อาหาร ไทยจะไม่ใช่อาหารต่างชาติที่เป็นทางเลือกแรกของคนตุรกีแต่คนตุรกียังต้องฝึก การรับรู้เรื่องรสชาติอาหารชาติอื่นๆอีก

"เมื่อไรที่พวกเขาได้ทานอาหารไทยฉันเชื่อว่าเขาจะรักอาหารไทยเหมือนที่ฉันรัก" ผู้บุกเบิกอาหารไทยในตุรกีคนแรกกล่าวทิ้งท้าย

ปากท้องชาวตุรกี

ข้อตกลงการเมือง เศรษฐกิจ หลายครั้งตกลงและจบลงบนโต๊ะอาหาร เรื่องอาหารการกินจึงเป็นวัฒนธรรมที่มิอาจมองข้าม โดยตุรกีจะจัดนิทรรศการด้านวัฒนธรรมและการค้าที่ประเทศไทยปลายปีนี้ (28 พ.ย.-1 ธ.ค.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดังนั้นหากวัฒนธรรมตั้งแต่เรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร จะปูทางมาสู่การขยายตลาดการค้าร่วมกันของตุรกี และไทยในอนาคตได้ฉันใด ก็ต้องพูดถึงปากท้องของคนตุรกีฉันนั้น

 

อาหารตุรกี ส่วนมากประกอบด้วยผักสด เนื้อวัว เนื้อแกะ อาหารทะเล และอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียน 

แม้ตุรกีจะเป็นประเทศที่ขนาบด้วยทะเล 4 ด้าน แต่คนตุรกีนิยมทานแค่ปลา เพราะความเชื่อทางศาสนาที่ไม่นิยมกินสัตว์ทะเลที่มีเปลือกหรือกระดอง เมนูนิยมที่สุดคือปลาย่าง วัฒนธรรมการกินของคนตุรกีจะต้องมีผักสด ผักสลัด เครื่องเคียงต่าง ๆ ทั้งผักดอง พริก กินกับเนื้อสัตว์ (แกะ เนื้อ ไก่) ทำเป็นย่างหรือจานร้อนได้ทั้งนั้น





มาตุรกีแล้วห้ามพลาด "ขนมหวาน" มีหลายประเภท หาซื้อรับประทานง่าย ที่ดังรู้จักไปทั่วโลก "เตอร์กิชดีไลท์" หรือ "โลคุม" ขนมเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ คลุกกับแป้งสีขาวหรือมะพร้าว มีรสหวานจัด ส่วนขนมหวานประเภทอื่นที่ลดความหวานลงมาล้วนแต่รสชาติอร่อยทั้งนั้นทานอาหาร กินขนม จิบกาแฟเตอร์กิช หรือลองชาแอปเปิ้ล แต่ให้ดีลอง "ชาเตอร์กิช" ในแก้วแบบตุรกี เป็นชาสีออกแดงเข้ม กลิ่นหอม รสชาติแนวชาจีนแต่เข้มและมีรสหวานติดปลายลิ้น



หากอยากกินลมชมบรรยากาศมีร้านอาหารที่ขายวิวสวยมากมาย อาทิ ย่านไฮโซฯที่สุดในอิสตันบูลคือถนนเลียบช่องแคบบอสฟอรัสมี ร้านรวงเห็นวิวทะเลสวยๆหรือจะข้ามไปกินอาหารบนแพกลางช่องแคบบอสฟอรัสที่อยู่ ระหว่างจุดตัดทวีปยุโรปกับเอเชียพอดีส่วนที่มืองอิซเมียร์มีร้านกาแฟเลียบ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหลายร้านตั้งทิวแถวยาวให้ไปนั่งกินบรรยากาศ



ใคร อยากลองพวกอาหารริมทาง(สตรีตฟู้ด)ในตุรกีมีรถเข็นขายอาหารริมทางน้อยส่วนมาก เป็นรถเข็นขายข้าวโพดปิ้งเกาลัดถั่วคั่วส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มี"ระคึ"วอดก้าตุรกี กับเบียร์ยี่ห้อเอฟเฟรส ที่แทบจะเป็นเบียร์ประจำชาติ ชื่อมาจากเอฟเฟรสซุสเมืองเก่าขึ้นทะเบียนมรดกโลกในอิซเมียร์





สำหรับอาหารนานาชาติในตุรกี อาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยม โดยเฉพาะ "ซูชิโค" ที่เป็นเชนร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดหลายสาขาในตุรกี ซึ่งอาหารนานาชาติในตุรกียังต้องบุกเบิกกันต่อ คนตุรกีแม้จะเสรีแต่ยังมีลักษณะการกินอาหารดั้งเดิมมากกว่าลองอาหารชาติอื่น แต่ที่แน่ ๆ สังเกตมาหลายมื้ออาหาร พบว่าคนตุรกีนั้นเป็นชาติที่ทานอาหารได้ไวและเร็วทีเดียว

 

โดย ชลาทิพย์ ถิรสุนทรากุล
ที่มา นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 16 - วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2556

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1368627661
 

 

Menu

Royal Thai Embassy

Tel. (90-312) 437 4318  

Fax. (90-312) 437 8495

mail thaiank@ttmail.com

 

Office Hours: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.
09.00-12.00 | 13.00-16.30 hrs.
 
Visa and Consular Section: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.  
09.30-11.30 hrs.
 

 

ติดต่อฝ่ายกงสุล

thaiconsulturkey@gmail.com

Search

การค้าการลงทุน

  ภาพรวม มูลค่าการค้าไทย – ตุรกีในช่วง 5เดือนแรก คิดเป็นจำนวน 565.16ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 58โดยไทยส่งออกไปตุรกีเป็นจำนวน 454.32ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 5.50%) และนำเข้าเป็นจำนวน 110.84ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 28.98%) หรือไทยเปรียบดุลการค้าจำนวน 343.47ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 0.35%) ...

เจาะลึกเศรษฐกิจตุรกี

จิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆให้เห็น "ตุรกี"
วันเสาร์, 22 มิถุนายน 2556
โดย ชลาทิพย์ ถิรสุนทรากุล Twitter@tistoo ไปร่วมทริปพบปะนักธุรกิจหลายภาคส่วนที่สาธารณรัฐตุรกี พบว่า "ตุรกี" วันนี้ กระชุ่มกระชวยกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ... 2-3 ปีก่อน...

Royal Thai Embassy, Koza Sokak No. 87 ,06700 Gaziosmanpasa Ankara, Turkey  : Tel. (90-312) 437 4318   Fax. (90-312) 437 8495 mail thaiank@ttmail.com