Menu
คุณอยู่ที่: หน้าแรกเศรษฐกิจตุรกีเจาะลึกเศรษฐกิจตุรกีเจาะลึกเศรษฐกิจตุรกี "ตลาดใหม่" ของไทย (จบ)

เจาะลึกเศรษฐกิจตุรกี "ตลาดใหม่" ของไทย (จบ)

ภาคธุรกิจ "การท่องเที่ยว" เป็นหนึ่ง ใน "เป้าหมาย" ของตุรกีที่จะเพิ่มจีดีพีของประเทศ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากตุรกีที่เดินทางมาไทยเฉลี่ยปีละ 6.4 หมื่นคน ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยไปตุรกีประมาณ 1.2 หมื่นคนต่อปี แต่ภาพรวมนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนตุรกีเฉลี่ยกว่า 33 ล้านคนต่อปี

ทั้งนี้ หลังการยกเลิกการขอวีซ่าจากประเทศไทยเข้าตุรกี ทำให้นักท่องเที่ยวไทยให้ความสนใจตุรกีเพิ่มขึ้น ขณะที่ตุรกีก็เปิดกว้างเร่งโปรโมตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจากฝั่งเอเชียให้มากขึ้น

เมืองหลักของตุรกี ทั้งอิสตันบูล อิซเมียร์ และอันทาเลีย จึงมี "ช่องทาง" ด้านการ "ท่องเที่ยว" รวมทั้งธุรกิจที่ต่อยอดเสริมกับการท่องเที่ยวเช่นกัน

ตอนที่แล้วเล่าถึงศักยภาพเมือง "อิซเมียร์" คู่แข่งเอ็กซ์โป 2020 กับไทย ตอนจบนี้ขอเล่าถึง "อันทาเลีย" เมืองหลวงด้านการท่องเที่ยวของตุรกี ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเมืองนี้ปีละ 11 ล้านคน ตัวเมืองอยู่ด้านทิศตะวันตกของตุรกี ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จุดขายความเป็นเมืองตากอากาศ มีโรงแรมระดับห้าดาวกว่า 300 แห่ง "อันทาเลีย" ยังสร้างตัวตนเป็นฮับด้านสุขภาพ-ความงาม-สุขภาวะที่ดี ตั้งแต่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์มออร์แกนิกส์

 

บรรยากาศในเมืองอันทาเลีย ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

อีกด้านเด่นคือภาคเกษตรกรรม 


อันทาเลียส่งออกพืชผลทางการเกษตร ต้นไม้เพื่อการตกแต่ง ดอกไม้ ผลไม้ไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไม่กี่ปีข้างหน้าเมืองนี้น่าจะเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงนิทรรศการพืชสวนโลกในปี 2016 เช่นเดียวกับที่เชียงใหม่เคยจัดมาแล้ว ตัวเลขนักท่องเที่ยวปัจจุบัน 11 ล้านคนต่อปี จึงคาดว่าจะเพิ่มเป็น 16 ล้านคนต่อปีในอีก 3 ปีข้างหน้า

การไปเมืองอันทาเลีย ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการคนไทยและแรงงานไทยที่เริ่มลงทุนทำธุรกิจในเมืองนี้ อาทิ ผู้ประกอบการไทยที่เปิดร้านอาหารญี่ปุ่น ไปจนถึงคนไทยที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสปา และกลุ่มแรงงานไทยที่เข้าไปทำงานภาคการบริการเป็นพนักงานนวดสปาตามโรงแรมแนวรีสอร์ต และเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น เป็นต้น

 

คนไทยเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองอันทาเลีย


แม้การทำธุรกิจขนาดย่อมในตุรกีของคนไทยยังมีน้อยมาก แต่ที่มีการดำเนินการอยู่ ก็พบว่าช่องทางส่วนใหญ่ของฐานลูกค้าและรายได้ยึดโยงมาจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเยือนตุรกีเป็นหลัก

หากดูทั้งภาพรวมในตุรกี ปัจจุบันมีคนไทยที่อยู่อาศัยในตุรกีเกือบ 500 คน และนักศึกษาไทยในตุรกีราว 90 คน ขณะที่การลงทุนในรูปแบบบริษัทของไทยในตุรกี ปัจจุบันบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ลงทุนด้านการเลี้ยงไก่ครบวงจร ขณะที่การลงทุนของตุรกีในไทย มีบริษัท Thai Indo Kord Sa ของกลุ่ม Sabanchi เป็นผู้ลงทุนตุรกีรายใหญ่ที่สุดในไทย ผลิตเชือกไหมไนลอน ผลิตภัณฑ์ยางพารา ผ้าใบยางรถยนต์ ที่อุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา นอกจากนี้ยังมีบริษัทอัญมณีขนาดเล็ก 20 บริษัท บริษัทท่องเที่ยว 6 บริษัท บริษัทสิ่งทอ 3 บริษัท มาลงทุน เป็นต้น

ในการเดินทางเยี่ยมชมและพูดคุยกับภาคเอกชน 9 แห่งของตุรกี ผ่านโครงการ "ส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์ไทย-ตุรกี ผ่านสื่อมวลชนด้านเศรษฐกิจของไทย" จัดโดยสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกีนั้น พบว่าภาพรวมทั้งสองประเทศสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ด้านการค้าร่วมกันได้ และน่าสนใจว่าแม้ไลน์การผลิตสินค้าส่งออกของไทยกับตุรกีจะคล้ายคลึงกัน แต่ตลาดของทั้งสองประเทศยังแยกกันชัดเจนพอสมควร

 

 
ย่านตลาด Spice Market ในนครอิสตันบูล

อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คในอิสตันบูล สุเหร่าบลูมอสก์ 
 
ย่านสุลต่านอาเหม็ด ศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เก่าแก่ในอิสตันบูล
 
สวนพฤกษชาติในอิสตันบูล เรียงรายด้วยดอกทิวลิป ตุรกีเป็นประเทศต้นกำเนิดดอกทิวลิป
ก่อนจะไปเป็นสัญลักษณ์โด่งดังในเนเธอร์แลนด์
 
 
เมื่อแยกย่อยดูสินค้าที่ไทยนำเข้าจากตุรกี อาทิ เครื่องจักรกล เรือและสิ่งก่อสร้างลอยน้ำ อัญมณี เงินและทองแท่ง เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับ ผ้าผืน ส่วนสินค้าไทยที่ส่งออกไปตุรกี อาทิ รถยนต์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก ยางพารา เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง คอมเพรสเซอร์เครื่องทำความเย็น เป็นต้น โดยมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับตุรกี 1,329.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตุรกีนั้นด้านหนึ่งนำเข้าผลิตภัณฑ์ผ้าผืน สิ่งทอ ยางยืดจากไทยก็จริง แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นซับคอนแทร็กต์ รับผลิตเสื้อผ้าแบรนด์แฟชั่นให้ประเทศยุโรปด้วยเช่นกัน อาทิ ท็อปช็อป, มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์, ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์, ฮิวโก้บอส เป็นต้น
 
ปามุคคาเล่ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหนึ่งในมรดกโลกระหว่างทางไปอันทาเลีย

อีกหนึ่งธุรกิจสำคัญคือ ธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งเติบโตเร็วมาก อุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนจีดีพี และมีแรงงานในภาคนี้กว่า 1.8 ล้านคน โดยเฉพาะบริษัทก่อสร้างระดับนานาชาติของตุรกี 33 แห่งที่ออกไปได้งานตั้งแต่ฝั่งยุโรปตะวันออกถึงอเมริกาเหนือ รวมแล้วกว่าร้อยประเทศ และดำเนินโครงการไปแล้ว 7,000 โครงการ ซึ่งความโดดเด่นของธุรกิจก่อสร้างตุรกีคือการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีขึ้นเรื่อย ๆ
 

อัตราการเจริบเติบโตของตุรกีเป็นไปอย่างรวดเร็ว การก่อสร้างมีอยู่ทั่วหลายจุดในเมืองสำคัญ 


ธนาคารโลกจัดให้ตุรกีเป็นประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยขั้นกลางระดับสูง และเป็นตลาดใหม่ของโลก กับขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 16 ของโลก และเป็นอันดับ 6 ของทวีปยุโรป ในปี 2555 ที่ผ่านมา ความที่เศรษฐกิจของตุรกีเติบโตต่อเนื่องในห้วง 2-3 ปี มานี้ จึงมีศักยภาพเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตาของไทย

 
โดย ชลาทิพย์ ถิรสุนทรากุล
ที่มา นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม - 29 พฤษภาคม พ.ศ.2556
Menu

Royal Thai Embassy

Tel. (90-312) 437 4318  

Fax. (90-312) 437 8495

mail thaiank@ttmail.com

 

Office Hours: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.
09.00-12.00 | 13.00-16.30 hrs.
 
Visa and Consular Section: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.  
09.30-11.30 hrs.
 

 

ติดต่อฝ่ายกงสุล

thaiconsulturkey@gmail.com

Search

การค้าการลงทุน

  ภาพรวม มูลค่าการค้าไทย – ตุรกีในช่วง 5เดือนแรก คิดเป็นจำนวน 565.16ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 58โดยไทยส่งออกไปตุรกีเป็นจำนวน 454.32ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 5.50%) และนำเข้าเป็นจำนวน 110.84ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 28.98%) หรือไทยเปรียบดุลการค้าจำนวน 343.47ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 0.35%) ...

เจาะลึกเศรษฐกิจตุรกี

จิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆให้เห็น "ตุรกี"
วันเสาร์, 22 มิถุนายน 2556
โดย ชลาทิพย์ ถิรสุนทรากุล Twitter@tistoo ไปร่วมทริปพบปะนักธุรกิจหลายภาคส่วนที่สาธารณรัฐตุรกี พบว่า "ตุรกี" วันนี้ กระชุ่มกระชวยกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ... 2-3 ปีก่อน...

Royal Thai Embassy, Koza Sokak No. 87 ,06700 Gaziosmanpasa Ankara, Turkey  : Tel. (90-312) 437 4318   Fax. (90-312) 437 8495 mail thaiank@ttmail.com