Menu
คุณอยู่ที่: หน้าแรกเศรษฐกิจตุรกีสินค้าไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกไปยังตุรกี

ผลการศึกษาเชิงลึกเพื่อคัดเลือกสินค้าไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกไปยังตุรกี


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้จัดจ้าง Dr. Selim Erbay นักวิจัยอิสระชาวตุรกี จัดทำการศึกษาเชิงลึกทางสถิติ Export Potential Assessments (EPA) โดยใช้ข้อมูลจาก International Trade Center (ITC) เพื่อคัดเลือกสินค้าไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกไปยังตุรกี สินค้าของไทยที่ผ่านเงื่อนไขต่างๆ ของ EPA จะถือว่าเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก อาทิ ไทยมีความสามารถในการผลิตและส่งออกสินค้าชนิดนั้น ไม่มีปัญหาด้านระยะทาง ตุรกีมีประวัติการนำเข้าและระดับการเจริญเติบโตที่น่าสนใจ และข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและภาษี เป็นต้น


ผลการศึกษาเชิงลึกฯ ที่มีศักยภาพในการส่งออกไปยังตุรกี ได้แก่

 

1.      ผลไม้ไทยตุรกีนำเข้าผลไม้สด 423 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2556 แต่ตุรกีนำเข้าจากไทยลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่การนำเข้าจากสหรัฐฯ และเอกวาดอร์ ซึ่งอยู่ไกลจากตุรกีกว่าไทย กลับมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระยะทางมิใช่อุปสรรคสำหรับการส่งออกผลไม้ของไทย ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ผลักดันการส่งเสริมผลไม้ไทยในตุรกีมาโดยตลอด พบว่า ชาวตุรกีชื่นชอบรสชาติผลไม้ของไทยและสามารถทดแทนผลไม้ตุรกีซึ่งไม่สามารถปลูกได้ในฤดูหนาว นอกจากนี้ ผลไม้ในตุรกีไม่ค่อยหลากหลาย และตุรกีไม่สามารถผลิตได้เพียงพอสำหรับการบริโภคใน ประเทศอีกด้วย ทำให้ไทยมีศักยภาพในการส่งออกผลไม้ไทยไปยังตุรกี โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ สับปะรด กล้วย และส้มโอ อย่างไรก็ดี ผลไม้ไทยจะต้องปรับปรุงเรื่องการเก็บรักษาสภาพให้อยู่ได้นาน (shelf life) เป็นหลัก นอกจากนี้ ยังต้องแก้ไขอุปสรรคด้านภาษี โดยการจัดทำ FTAการแก้ไขมาตรฐานการรับรองสุขอนามัย และปรับปรุงการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้ต้นทุนการนำเข้าผลไม้ไทยถูกลง และสามารถแข่งขันกับผลไม้นำเข้าจากประเทศอื่นๆ ได้

2.      ข้าวแม้ตุรกีจะสามารถผลิตข้าวในประเทศได้ แต่ยังต้องนำเข้าเพื่อรองรับระดับการบริโภคข้าวที่ 8-9 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะนี้ ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 10 ของตุรกี จำนวน 3,783 ตันในปี 2556 ซึ่งนับว่าค่อนข้างดี เมื่อคำนึงถึงราคาข้าวไทยที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับข้าวจาก ประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ดี ไทยมีสัดส่วนตลาดเพียงร้อยละ 2 ของตลาดทั้งหมดของตุรกีเท่านั้น ไทยจึงมีโอกาสที่จะส่งออกได้มากขึ้น นอกจากนี้ ทุกประเทศที่ส่งออกข้าวไปยังตุรกีจะต้องจ่ายภาษีร้อยละ 42.7 โดยเท่าเทียมกัน จึงไม่มีประเทศใดได้เปรียบด้านภาษีเป็นพิเศษ ทั้งนี้ การส่งเสริมข้าวไทยจะต้องทำไปพร้อมกับการส่งเสริมความนิยมอาหารไทยในหมู่ชาวตุรกีที่เริ่มเปิดกว้างรับประทานอาหารต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

3.      ยางพาราแม้ไทยเป็นผู้ส่งออกยางอันดับต้นของโลก ปริมาณการส่งออกยางพาราของไทยในตลาดตุรกีมีสัดส่วนการตลาดเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น รองจากเยอรมนี อิตาลี อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ นอกจากนี้                 การส่งออกยางพาราของไทยในช่วงหลังยังถูกมาเลเซียและเวียดนามแย่งตลาดไปด้วยเนื่องจากมีราคาถูกกว่า โดยที่ตุรกีนำเข้ายางพาราสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำแพงภาษีในอัตราต่ำมาก ไทยจึงมีโอกาสส่งออกยางพาราไปยังตุรกีได้อีก

4.      ของเล่นและอุปกรณ์กีฬาไทยส่งออกของเล่นและอุปกรณ์กีฬาไปทั่วโลกถึง 815.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ส่งออกไปยังตุรกีเพียง 1.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ตุรกีนำเข้าจากโลกถึง 514.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดของเล่นและอุปกรณ์กีฬาของตุรกีเป็นตลาดใหญ่ที่เติบโตเร็วถึงร้อยละ 10 และ 15 ต่อปี ตามลำดับ เนื่องจากมีจำนวนประชากรวัยเด็ก-วัยรุ่นจำนวนมาก (มากที่สุดในยุโรป) อายุเฉลี่ยของชาวตุรกีอยู่ที่ 29.2 ปี และมีประชากรอายุต่ำกว่า 9 ปี ถึง 12 ล้านคน  ตุรกีไม่มีกำแพงภาษีสำหรับการนำเข้าของเล่นและอุปกรณ์กีฬา สินค้าที่ไทยมีศักยภาพสูงได้แก่ รถสามล้อถีบ ลูกเทนนิส ลูกกอล์ฟ และอุปกรณ์ตกแต่งต้นคริสต์มาส

5.      น้ำมันพืช โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มชาวตุรกีบริโภคน้ำมันมากกว่า 20 กิโลกรัม/คน/ปี คิดเป็นการบริโภคน้ำมัน 1 ล้านตัน และเนยเทียม (Margarine) 5.5 แสนตันต่อปี อย่างไรก็ดี ตุรกีไม่สามารถผลิตธัญพืชที่เป็นวัตถุดิบในการทำน้ำมันได้เพียงพอจึงต้องพึ่งพาการนำเข้า ตุรกีมีกำแพงภาษีสำหรับน้ำมันพืชระหว่างร้อยละ 25-31 โดยน้ำมันปาล์มมีสัดส่วนการนำเข้าของน้ำมันพืชทั้งหมดถึงร้อยละ 94 จำนวนเกือบ 5 แสนตันในปี 2556 ราคาเฉลี่ยน้ำมันปาล์มนำเข้าอยู่ที่ 733 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ปัจจุบัน ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ไปยังตุรกี ได้แก่ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีสัดส่วนการครองตลาดเกือบทั้งหมด ร้อยละ 64.8 และ 34.2 ตามลำดับ ในฐานะไทยเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่เช่นกัน ไทยจึงมีโอกาสที่จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดในตุรกีจากประเทศทั้งสองได้บ้าง

6.      เรือยอทช์และชิ้นส่วนเรือตุรกีมีชายฝั่งเกือบรอบประเทศ และการที่ตุรกีมีที่ตั้งเชื่อมต่อยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ทำให้อุตสาหกรรมเรือของตุรกีมีขนาดใหญ่ถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งการต่อเรือ การซ่อมเรือและการบำรุงรักษา สำหรับเรือในตุรกีเองและเรือจากภูมิภาคใกล้เคียง เรือที่มีศักยภาพสำหรับการส่งออกไทย ได้แก่ เรือยอทช์ราคาปานกลางถึงสูง โดยเฉพาะเรือยนต์ที่ทำจากไฟเบอร์ โป๊ะเรือ และเรือขนาดเล็ก ซึ่งไทยสามารถส่งออกชิ้นส่วนไปประกอบในตุรกีได้

7.      เหล็กและเหล็กกล้าไทยส่งออกเหล็กจำนวนมาก (127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะที่ตุรกีนำเข้าเหล็กเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นำเข้าจากไทยเพียง 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น โดยที่ไทยมีโรงงานเหล็กขนาดเล็กจำนวนมากและยังได้เปรียบจากค่าแรงที่ถูกกว่า เมื่อเทียบกับประเทศที่ตุรกีนำเข้าในปัจจุบัน หากไทยลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเหล็ก ก็จะทำให้ไทยสามารถส่งออกไปยังตุรกีได้มากขึ้น

8.      เครื่องประดับ ไข่มุก อัญมณี ทองรูปพรรณชาวตุรกีนิยมใส่เครื่องประดับมีค่าและทองรูปพรรณ ปัจจุบัน ไทยส่งออกไปยังตุรกีอยู่แล้วและมีแรงงานไทยทำงานขึ้นรูปเครื่องประดับในตุรกี เนื่องจากฝีมือแรงงานไทยมีความละเอียดปราณีต สามารถขึ้นรูปเครื่องประดับได้สวยงามกว่าชาวตุรกี ดังนั้น หากไทยสามารถจับแนวดีไซน์ที่ชาวตุรกีนิยมได้ และมีการประชาสัมพันธ์/ทำการตลาดเพิ่มเติม ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้มากขึ้น

9.      ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันตุรกีนำเข้าผลิตภัณฑ์จากน้ำมันกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นำเข้าจากไทยไม่ถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีศักยภาพ ได้แก่ ส่วนประกอบจากถ่านหินบิทูมินัส ส่วนผสมไซลีน และอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน

10.  นาฬิกาตั้งโต๊ะและนาฬิกาข้อมือตุรกีนำเข้านาฬิกา 343 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตรานำเข้าเติบโตร้อยละ 15 ต่อปี ระหว่งปี 2552-2556 ในฐานะที่ไทยมีสัดส่วนการส่งออกนาฬิการ้อยละ 2 ของโลก มูลค่า 543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงมีโอกาสส่งออกไปยังตุรกีได้อีก

11.  มอเตอร์ไซค์และส่วนประกอบตุรกีนำเข้ามอเตอร์ไซค์และส่วนประกอบสูงถึง 151.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตรานำเข้าสูงขึ้นร้อยละ 46 ต่อปี แม้ไทยจะเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของตุรกีอยู่แล้วรองจากจีน มีอัตราเติบโตร้อยละ 173 ระหว่างปี 2552-2556 แต่ไทยยังมีศักยภาพเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มากขึ้นได้อีก

12.  ไซคลิกไฮโดรคาร์บอนภาคเคมีอินทรีย์ของไทยเติบโตเร็วถึงร้อยละ 23 ต่อปี แต่การส่งออกไปยังตุรกีลดลงร้อยละ 12 ไซคลิกไฮโดรคาร์บอนเป็นสินค้าที่มีศักยภาพมากที่สุดในกลุ่มดังกล่าว ในปี 2556 ตุรกีนำเข้าไซคลิกไฮโดรคาร์บอน 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มิได้นำเข้าจากไทยเลย

13.  แว่นสายตาและแว่นตาว่ายน้ำอัตราการนำเข้าแว่นสายตาและแว่นตาว่ายน้ำของตุรกีสูงถึงร้อยละ 21 ระหว่างปี 2552-2556 ตุรกีนำเข้าจากโลก 140.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่ได้นำเข้าจากไทยเลย ในขณะที่ไทยส่งออกไปโลก 132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราเพิ่มสูงถึงร้อยละ 97

14.  มอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง และรถกอล์ฟไทยส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังตุรกีอยู่แล้ว สินค้าที่มีศักยภาพเพิ่มเติมได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง และรถกอล์ฟ โดยเฉพาะรถกอล์ฟที่ตุรกีนำเข้ามากขึ้นเรื่อยๆ

ผลการศึกษาระบุด้วยว่า หากตุรกีหันมานำเข้าสินค้าที่ไทยมีศักยภาพจากไทยเพียงประเทศเดียว ไทยจะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังตุรกีได้อีกถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาฯ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อยืนยันว่า มูลค่าการส่งออกของไทยไปตุรกีในปัจจุบันต่ำกว่าศักยภาพที่มีอยู่มาก ทั้งนี้ การเปิดตลาดสินค้าแต่ละชนิดในตุรกีจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียด เช่น การวิเคราะห์คู่แข่ง มาตรการที่มิใช่ภาษี วัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นต้น

 

 


สถานเอกอัครราชทูตฯ หวังว่า โครงการฯ ดังกล่าวจะชี้โอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับหันมาศึกษาศักยภาพในการส่งออกสินค้าไปยังตุรกี อีกทั้งจะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ดึงดูดให้นักลงทุนตุรกีลงทุนในประเทศไทย และใช้ไทยเป็นฐานในการส่งออกไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆ ตลอดจนเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะนำไปสู่การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันในตลาดตุรกีได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวางยุทธศาสตร์การส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยไปยังตุรกี และการส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทย-ตุรกี ในระยะกลาง/ยาวต่อไป

 

ดาวโหลดเอกสาร

ไฟล์ขนาด 4.5 MB อาจจะใช้เวลาในการดาวโหลดขึ้นอยู่กับความเร็วอินเตอร์เน็ตของผู้ดาวโหลด

http://thaiembassyturkey.com/zpdf/ThailandExportPotantialAnalysis-Version03Oct2014.pdf

 

 

 


*****
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา

Menu

Royal Thai Embassy

Tel. (90-312) 437 4318  

Fax. (90-312) 437 8495

mail thaiank@ttmail.com

 

Office Hours: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.
09.00-12.00 | 13.00-16.30 hrs.
 
Visa and Consular Section: 
Mon-Tues-Wed-Thurs-Fri.  
09.30-11.30 hrs.
 

 

ติดต่อฝ่ายกงสุล

thaiconsulturkey@gmail.com

Search

การค้าการลงทุน

  ภาพรวม มูลค่าการค้าไทย – ตุรกีในช่วง 5เดือนแรก คิดเป็นจำนวน 565.16ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 58โดยไทยส่งออกไปตุรกีเป็นจำนวน 454.32ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 5.50%) และนำเข้าเป็นจำนวน 110.84ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 28.98%) หรือไทยเปรียบดุลการค้าจำนวน 343.47ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 0.35%) ...

Royal Thai Embassy, Koza Sokak No. 87 ,06700 Gaziosmanpasa Ankara, Turkey  : Tel. (90-312) 437 4318   Fax. (90-312) 437 8495 mail thaiank@ttmail.com